วันศุกร์ที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2556

วงจุ้ยบ้าน หลักการจัดฮวงจุ้ยบ้านเสริมดวง


บ้านคือ ที่อยู่อาศัยที่นอกจากจะเอาไว้ สำหรับพักผ่อนหลังจากการทำงานที่เหน็ดเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว บ้านยังเป็น ที่ที่สามารถสร้างเสริม ความเป็นสิริมงคลให้กับชีวิตของคุณได้อีกด้วย หากคุณรู้หลักการจัดฮวงจุ้ยที่ดี เรามาดูกัน เลยดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง
  • บ้านพักที่ใหญ่โตเกินไป แต่ในบ้านมีคนพักน้อย ไม่เป็นมงคลจะทำกินไม่ขึ้น ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านที่ดีหากมีคนอยู่ในบ้าน เยอะจะดีมาก ทำให้อบอุ่น จะทำให้ร่ำรวย
  • บ้านใดที่ปลูกต้นไผ่ แล้วคนภายนอกมองไม่เห็นคนในบ้าน จะทำให้คนอยู่อาศัยจะพบความเจริญ
  • การตกแต่งบ้านตามหลักฮวงจุ้ยเพิ่ม เสริมดวง ไม่ควรแขวน เครื่องประดับมากเกินไป โดยเฉพาะนอแรด เขากระทิง หัวสัตว์ที่ดุร้ายไม่ควรแขวนเลย เพราะ วิญญาณมัก จะตามมาทวงและรบกวนเจ้าของบ้าน
  • บ้านไม่ควรเจาะหลังคาเพราะจะทำให้ฮวงจุ้ยไม่ดีไม่เป็นมงคล ถ้ากลัวว่าทึบก็ให้ใช้ กระเบื้องใสแทน
  • บ้านที่มีกำแพงเก่าควรทาสีให้ใหม่เสมอ เวลากลางคืนควรติดไฟให้สว่างจะพบแต่ความเจริญ
  • บ้านที่มีที่ดินด้านหลังบ้านแคบหน้าบ้านกว้างไม่เป็นมงคลให้ วิธีการแก้ฮวงจุ้ย แก้ได้โดยการติดกระจก บริเวณที่แคบทั้งสองด้าน เพื่อเวลามองแล้วจะรู้สึกกว้าง ลึก
  • บ้านที่มีหน้าบ้านแคบแต่หลังบ้านกว้าง ตามตำราฮวงจุ้ยท่านว่าเป็นลักษณะที่ดี เป็นถุงเงินถุงทอง
  • บ้านที่สร้างแล้วมีความลึกมากกว่าความกว้างจัดว่าเป็นฮวงจุ้ยทีดี อยู่แล้วจะเจริญรุ่งเรือง, บ้านที่สร้างตามความลึก เป็นมงคล
  • บ้านที่มีการปลูกหน้าบ้านยาวแต่แคบไม่เป็นมงคลไม่ถูกต้องตามฮวงจุ้ย บ้านหรือที่ดินบ้านเป็นรูปสี่เหลี่ยมจตุรัสจะ เป็นมงคลอย่างมาก
  • บ้านที่แหว่งบางส่วนขัดต่อหลักจุ้ยเป็นอย่างมากจะทำให้คนในบ้านจะมีอัน เป็นไป เช่น ถ้าแหว่งทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ หมายถึงแม่หรือหญิงเจ้าของบ้าน, ถ้าทิศตะวันตกเฉียงเหนือคือ พ่อ หรือชายเจ้าของบ้าน บ้านที่แหว่งทิศตะวันออกและตะวันตกผลกระทบ คือลูกชายคนโต และลูกสาวคนเล็ก, บ้านหรือพื้นที่เว้าแหว่ง ทิศเหนือและใต้จะเสียหายแก่ลูกสาวงคนกลาง (ทิศใต้) ลูกชายคนกลาง (ทิศเหนือ) จะมีเรื่องคดีความ ส่วนบ้านที่เป็นรูปทรงหน้ากว้างหลังแคบจะเก็บเงินไม่อยู่ จะยากจน
  • ฮวงจุ้ยบ้านที่ดี บ้านที่เก่าถ้าจะเข้าไปอยู่ใหม่ควรทาสีให้ใหม่ กลอนประตูควรจะเปลี่ยนใหม่ จะนำโชคลาภมาให้
  • บ้านที่มีลักษณะผิดหลักฮวงจุ้ย คือ บ้านที่เพดานเฉียง ไม่ดี, บ้านมีคาน ไม่ดี, บ้านที่มีคานไม่เสมอกัน ไม่ดี, บ้านสร้างคล้ายรูปตัวยู ไม่ดี
  • บ้านที่มีถนนโค้งออก อยู่แล้วไม่เจริญ , บ้านที่มีถนนล้อมรอบทั้ง 4 ด้านไม่เป็นมงคล , บ้านที่มีทางโค้งออกอยู่ไปจะทำให้ยากจน, บ้านที่อยู่ใกล้สี่แยกให้ตั้งประตูใหญ่ให้ถูกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน และอีกส่วนด้านให้ปลูกต้นไม้แทนภูเขาเพื่อแก้เคล็ดให้ถูกต้องตามฮวงจุ้ยบ้าน
  • บ้านมีสองบันได ไม่ดี , บ้านรูปทรงตัว H ถือว่าบ้านเว้าแหว่ง จะเสียทรัพย์ เสียชื่อเสียง
  • บ้านเป็นรูปสามเหลี่ยม เรียกว่าถังขยะ ผิดหลักฮวงจุ้ยอย่างแรง จะทำให้ธุรกิจเจ๊ง หรืออาจทำให้ผู้อยู่อาศัยเป็นมะเร็ง อัมพาต
  • บ้านที่อยู่ระหว่างช่องว่างของตึกสูง เรียกว่าลมพิฆาต ไม่ดี วิบัติรุนแรง ไม่ถูกต้องตามฮวงจุ้ยบ้านที่ดี
  • หน้าบ้านถ้ามีต้นไม่ใหญ่ตายยืนต้นควรจะโค่นตัดทิ้งเลย มิฉะนั้น จะพบความยากจน
  • เพื่อให้บ้านมีฮวงจุ้ยที่ดี หน้าบ้านถ้ามีต้นไม่ใหญ่ตายยืนต้นควรจะโค่นตัดทิ้งเลย มิฉะนั้น จะพบความยากจน
  • ประตูหน้าบ้านห้ามตรงกับประตูห้องน้ำไม่ดี จะเกิดโรคฝีหรือ โรคมะเร็งได้, ประตูบ้านที่มีซุ้มสูงกว่าหลังคาไม่เป็นมงคล ให้แก้ไข จะได้พบแต่ความสุข, ประตูที่ทำซุ้มแบบซุ้มประตู ของศาลเจ้าหรือมูลนิธิ บ้านคนธรรมดาห้ามสร้างจะไม่เป็น สิริมงคล, ประตูบ้านไม่ควรจะมีต้นไม้ใหญ่อยู่ตรงกลางประตู
  • ประตูหน้าบ้านมีสะพานพุ่งเข้าหน้าบ้านถือเป็นฮวงจุ้ยไม่ดี, ประตูห้องนอนตรง กับเตียงนอนก็ไม่ดี, ประตูใหญ่ตรงประตูห้องน้ำไม่ดีจะทำให้เงิน เข้าบ้านไม่ดี สุขภาพไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับประตูห้องน้ำ ไม่ดี จะเกิดโรคภัย ธุรกิจสะดุด
  • ประตูใหญ่ตรงกับประตูห้องนอน จะเกิบเงินไม่อยู่ มีปากเสียง ไม่ดี, ประตูรั้วบ้านฝั่งตรงข้ามใหญ่กว่าบ้านเราไม่ดี
  • ประตูตรงกันหลายบาน ตรงกับเตา ทำให้ร้อนเงิน มีปากเสียง ไม่ดี, ประตูตรงห้องนอนห้ามตรงกับบันได ไม่ดี
  • ประตูห้องส้วมตรงกับเตียงนอนไม่ดี, ประตูห้องนอนตรงกับประตูครัว ทำให้เกิดปากเสียงเงินเก็บไม่อยู่
  • บันไดตรงกับประตูห้องนอน ไม่ดี, บันไดตรงประตู ไม่ดี, บันไดตรงห้องน้ำ ไม่ดี, บันไดอยู่กลางบ้านตรงประตูเข้าออกไม่ดี
  • ตามหลักฮวงจุ้ยห้องนอนที่ดี ห้องนอนควรที่จะเก็บแต่เสื้อผ้าใหม่และของใหม่ จะเป็นมงคล, ห้องนอนควรอยู่ให้ถูกกับรหัสราศีของตัวเอง
  • ห้องนอน ผ้าห่ม หมอน ควรที่จะแห้ง สะอาดอยู่เสมอ จะช่วยเสริมมงคลให้เจ้าผู้อยู่อาศัย, ห้องนอนไม่ควรอยู่ใต้ห้องน้ำเพราะจะทำให้ผู้อยู่อาศัยเจ็บป่วย
  • ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านที่ดี ในห้องนอนเจ้าบ้านควรอยู่ทิศในรหัสราศีของตัวเองถึงจะเป็นมงคล
  • ในการตกแต่งห้องนอน ไม่ควรวางกระจกไว้ที่หัวนอนเพราะผิดหลักฮวงจุ้ย จะทำให้เสียสุขภาพ
  • ควรระวังอย่าตั้งเตียงนอนอยู่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพราะผิดหลักฮวงจุ้ย ไม่ดี ไม่เป็นมงคล
  • เตียงนอนตรงกับประตู ไม่ดี, เตียงนอนห้ามตั้งอยู่บนเตาไฟ จะทำให้คนนอนสุขภาพไม่ดี
  • เตียงนอนห้ามอยู่ใต้บันได เพราะจะมีคนขึ้นลงอยู่ประจำ, การตั้งเตียงเป็นมุมทะแยง ไม่ดี จะทำให้เกิดโรคภัยไข้เจ็บ
  • ด้านหัวนอนของเตียงและปลายเท้าห้ามตั้งกระจก, ห้ามนอนเอาเท้าหันไปสู่ประตู
  • หิ้งลอย ตู้ลอย ไม่ควรอยู่บนหัวนอน จะทำให้เครียด เกิดโรคทางสมอง
  • ข้อควรระวังสำหรับฮวงจุ้ยในห้องนอน การตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์ไม่ควรตั้งในห้องนอนถ้าเป็นคนโสดไม่เป็นไร ถ้ามีคู่แล้วห้าม
  • สิ่งศักดิ์สิทธ์ตั้งอยู่บนห้องน้ำ เป็นสิ่งไม่สมควร ควรแก้ไข
  • สิ่งศักดิ์สิทธิ์ห้ามตั้งอยู่ใต้คาน รวมทั้งคนด้วยเช่นกันก็ห้ามอยู่ใต้คาน
  • ห้องพระไม่ควรรวมกับห้องนอน ถ้าที่คับแคบจำเป็นต้องรวมให้กั้นฉากเป็นสัดส่วน ห้องนอนอย่าอยู่หน้าห้องรับแขก
  • คานอยู่หน้าประตูไม่ดีจะส่งพลังกดทับทำให้เงินหรือพลังไม่คล่อง คานต่ำ เพดานต่ำ จะทำให้ชี่ (เงิน) เข้าบ้านไม่สะดวก
  • คานห้ามอยู่บนหัวนอน จะเป็นมะเร็งในสมอง เส้นโลหิตในสมองแตก, คานทับเตาไฟ ทำให้เงินขาดมือ
  • ห้องน้ำอยู่บนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่เป็นมงคล, ห้องน้ำอยู่บนประตูใหญ่ไม่ดี ทำให้เงินไม่ไหลเข้า, ห้องน้ำอยู่เหนือเตาไฟ ไม่ดี
  • ด้านหลังของเตียงเป็นห้องน้ำไม่ดี
  • ห้องน้ำกลางบ้านไม่ดี, เครื่องซักผ้าตรงกับเตาไม่ดี, ห้องครัวถ้ามีขื่อพาดอยู่ ไม่ดีจะเจ็บป่วย ยากจน
  • ห้องครัวห้ามอยู่ติดกับห้องนอน ถ้าจำเป็นจะตั้องกั้นผนังห้องครัวและห้องนอนอย่าให้มีอากาศเข้าถึงกันได้
  • ไม่ควรวางเตาไว้บนท่อระบายน้ำหรือท่อ น้ำประปา, ด้านหลังเตาแก๊สห้ามมีบ่อน้ำ เพราะผิดหลักฮวงจุ้ยบ้าน
  • ข้อควรระวังสำหรับฮวงจุ้ยห้องครัว ครัวเตาไฟไม่ควรจัดไว้หน้าบ้าน จะไม่มีทรัพย์สินเก็บจะมีคนในบ้านตายทุก 3 ปี
  • ตัวเตาในบ้านอย่าให้คนนอกบ้านเห็นจะไม่เหลือเงินเก็บ, การตั้งเตาอย่าใกล้สระน้ำ หรือน้ำประปา
  • หน้าเตาไฟหันไปสู่ทิศตะวันออก หรือทิศตะวันออกเฉียงใต้ดี เป็นมงคล แต่ถ้าจะให้ดีต้องถูกรหัสราศีทิศของเจ้าของบ้านด้วย
  • ไม่ควรสร้างเตาในทิศตะวันตกเฉียงใต้ของบ้าน แต่ควรหันหัวเตาให้ถูกโฉลกรหัสราศีของเจ้าของบ้าน
  • ตามหลักฮวงจุ้ยบ้านที่เสริมดวง ไม่ควรมีห้องนั่งเล่นโซฟารูปสามเหลี่ยม, และหากข้างบ้านมีเครื่องระบายความร้อนพุ่งมาหาบ้านอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่ดี

วันอาทิตย์ที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การเคหะฯ จัด มหกรรมที่อยู่อาศัย เริ่มต้น 3.9 แสนบาท


การเคหะฯ จัด มหกรรมที่อยู่อาศัย เริ่มต้น 3.9 แสนบาท

เรียบเรียงข้อมูลโดยกระปุกดอทคอม
ภาพประกอบไม่เกี่ยวข้องกับข้อมูล

           การเคหะแห่งชาติ ฉลองครบรอบ 40 ปี จัดมหกรรมขายที่อยู่อาศัย 92 โครงการ ราคาเริ่มต้น 3.9 แสนบาท

           เมื่อวันที่ 22 มีนาคม ที่ผ่านมา นางอำภา รุ่งปิติ รองผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ (รักษาการแทนผู้ว่าการการเคหะแห่งชาติ) เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสครบรอบ 40 ปี การเคหะแห่งชาติ ได้มีการจัดงานมหกรรมขายที่อยู่อาศัย "40 ปี การเคหะแห่งชาติ คิดถึงบ้าน คิดถึงการเคหะฯ" ขึ้นในวันที่ 22-31 มีนาคม 2556 เพื่อตอบสนองความต้องการที่อยู่อาศัย ให้กับประชาชนผู้มีรายได้น้อย-ปานกลาง

           โดยมีจำนวน 92 โครงการ แบ่งเป็นโครงการบ้านเอื้ออาทร 17,652 หน่วย และ โครงการเคหะชุมชน 1,890 หน่วย ราคาเริ่มต้นที่ 390,000 บาท วางเงินจองทำสัญญา 3,000 บาท ผ่อนชำระกับสถาบันการเงิน ในอัตราดอกเบี้ยพิเศษ ซึ่งธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) เสนอโปรโมชั่นสินเชื่อบ้านอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ปีที่ 1-2 = 4.00% ต่อปี ปีที่ 3 ตลอดอายุสัญญา = MRR-0.50% ฟรีค่าธรรมเนียมการยื่นกู้

           ส่วน ธนาคารออมสิน เสนออัตราดอกเบี้ยพิเศษ 3 ปี โดยปีที่ 1-3 = 4.00% ต่อปี หลังจากนั้น MLR-0.50% ต่อปี ตลอดสัญญา สำหรับลูกค้าที่ยื่นความจำนงขอใช้บริการระหว่างวันที่ 22-31 มีนาคม และจัดทำนิติกรรมสัญญาแล้วเสร็จภายในวันที่ 30 เมษายน 2556

           สำหรับคุณสมบัติของผู้จองบ้านในโครงการบ้านเอื้ออาทร ต้องมีสัญชาติไทย รายได้ในครอบครัวไม่เกิน 40,000 บาท พร้อมนำเอกสารติดต่อได้ที่สำนักงานเคหะชุมชนและสถานที่ตั้งโครงการทุกแห่ง ทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.nha.co.th

วันศุกร์ที่ 9 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เอาไม่อยู่! น้ำมันทะลักหาด ปิดอ่าวพร้าวเกาะเสม็ดแล้ว

Pic_359983
เอาไม่อยู่! น้ำมันที่รั่วไหลลงทะเล ทะลักขึ้นหาดอ่าวพร้าว เกาะเสม็ดแล้ว เปลี่ยนหาดทรายกลายเป็นสีดำ ยาวร่วม 400 เมตร เจ้าหน้าที่เร่งลงพื้นที่ฟื้นฟูแล้ว...
วันนี้ (29 ก.ค.56) นายสุเมธ สายทอง หน.อุทยานแห่งชาติเขาแหลมหญ้า หมู่เกาะเสม็ด อ.เมือง จ.ระยอง เปิดเผยถึงความคืบหน้า เหตุน้ำมันรั่วไหลลงในทะเล บริเวณห่างจากชายฝั่งท่าเรือมาบตาพุดไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 20 กิโลเมตร ว่า ล่าสุดคราบน้ำมันได้ลอยมาถึงอ่าวพร้าว ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของเกาะเสม็ดแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกที่ผ่านมา ส่งผลให้หาดทรายมีสีดำ และส่งกลิ่นเหม็น ตลอดแนวร่วม 400 เมตร รวมทั้งน้ำทะเลที่เคยใส เต็มไปด้วยคราบน้ำมันแล้ว

อย่างไรก็ดี ขณะนี้ ทางเจ้าหน้าที่ทั้งจากทางจังหวัดระยอง และเจ้าหน้าที่จาก บริษัท พีทีที โกลบอล เคมิคอล จำกัด (มหาชน) กำลังอยู่ระหว่างการแก้ไขสถานการณ์ และฟื้นฟูสภาพพื้นที่อยู่ และล่าสุด ต้องมีความจำเป็นปิดอ่าวพร้าวเป็นการชั่วคราว เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ เบื้องต้น ได้วางแนวทุ่นซับน้ำมันบนทะเล และใช้เรือใหญ่ ดึงวางแนวกั้นทั้งอ่าวแล้ว เพื่อป้องกันการกระจายตัวของคราบน้ำมัน ก่อนจะทำการดูดคราบน้ำมันใส่แกลลอน แล้วนำขึ้นฝั่ง

วันพุธที่ 7 สิงหาคม พ.ศ. 2556

การป้องกันภัยจากการโจรกรรมในบ้านหรือคอนโด




วิถี ชีวิตของผู้คนในเมืองใหญ่ เรื่องของความปลอดภัยในเคหะสถานเป็นสิ่งที่เราไม่ควรมองข้าม โดยเฉพาะภัยจากการโจรกรรมทรัพย์สินเป็นสิ่งที่สร้างความหวาดผวาให้กับผู้คน เป็นอย่างมาก ทั้งนี้เนื่องจากการใช้ชีวิตของคนเมืองจะมีรูปแบบในลักษณะต่างคนต่างอยู่ การหวังให้เพื่อนบ้านที่อยู่ใกล้ๆ กันช่วยเป็นหูเป็นตาแทนนั้นก็คงยาก
สำหรับวิธีที่นิยมให้กันมากที่สุดในบ้านพักอาศัยหรือคอนโดเห็น จะเป็นการติดเหล็กดัดตามประตูหรือหน้าต่าง ซึ่งมีความแข็งแรงและราคาไม่แพงส่วนผู้ไม่ชอบเหล็กดัด เพราะดูเป็นสิ่งเกะกะและไม่ทันสมัย แต่อยากให้บ้านปลอดภัยจากการบุกรุกนั้น ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ต่างๆ ให้เลือกใช้งานมากมายไม่ว่าจะเป็นมู่ลี่นิรภัยระบบอัตโนมัติ ให้ทำหน้าที่ทดแทนม่านปรับแสง ม่านบังตา ระบบสัญญาณกันขโมย รวมถึงโทรทัศน์วงจรปิด CCTV ซึ่งนำมาใช้ป้องกันการบุกรุกได้ สำหรับผลิตภัณฑ์ดังกล่าวมีข้อเด่นและข้อด้อยแตกต่างกันไปตามคุณสมบัติราคา และวัตถุประสงค์ในการใช้งานโดยมีรายละเอียดต่อไปนี้
มู่ลี่นิรภัยระบบอัตโนมัติ
เป็นเครื่องมือปกป้องทรัพย์สินในบ้านหรือคอนโดอีก รูปแบบหนึ่ง ด้วยการนำเทคโนโลยีระบบอัตโนมัติแบบม้วนลักษณะคล้ายๆกับประตูเหล็กม้วนที่ ใช้กับอาคารพาณิชย์ทั่วไป มาผสานกับแนวคิดของมู่ลี่ปรับแสง ใช้ทำหน้าที่แทนเหล็กดัด ขณะเดียวกันก็สามารถปรับให้มีช่องสำหรับให้แสงลอดเข้ามาได้

วัสดุที่ ใช้ทำบานมู่ลี่เป็นอะลูมิเนียม มีน้ำหนักเบา แต่ก็มีความแข็งแรงทนทาน สามารถติดตั้งกับประตูหรือหน้าต่างทั้งบ้านที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างและ บ้านที่ปลูกสร้างเสร็จแล้ว ระบบการเปิดปิดใช้งานง่าย เพียงกดสวิตช์อัตโนมัติก็จะทำงานอย่างที่ต้องการและถ้าต้องการความสะดวกยิ่ง ขึ้น ก็ติดตั้งชุดรีโมทคอนโทรลเพิ่มได้ มีความปลอดภัยสูง กรณีฉุกเฉินหรือไฟฟ้าดับสามารถใช้มือหมุนเพื่อเปิดออกได้ทันที

ระบบเตือนภัยจากการโจรกรรมหรือสัญญาณกันขโมย
ระบบการเตือนภัยเพื่อป้องกันการบุกรุกในบ้านคอนโดนั้นปัจจุบันมีให้เลือกใช้ทั้งเทคโนโลยีที่ผลิตได้ในบ้านเราหรือคอนโดและ นำเข้าจากต่างประเทศแต่ก็ยังไม่แพร่หลายเหมือนกับเหล็กดัด ที่เราคุ้นเคยกัน ทั้งที่เมื่อพิจารณาดีๆ แล้ว ราคาติดตั้งก็ไม่แตกต่างกันมากมายนัก

ระบบสัญญาณกันขโมยโดยทั่วไปจะประกอบด้วยอุปกรณ์พื้นฐานคล้ายๆ กันคือ
อุปกรณ์ตรวจจับสัญญาณ (sensor)
ทำหน้าที่ตรวจจับสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆ และส่งสัญญาณไปยังเครื่องรับหรือชุดควบคุมเพื่อทำการเตือนภัย

เครื่องรับสัญญาณหรือชุดควบคุม(receiver or control unit)
เป็นหัวใจของการทำงานของระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านหรือคอนโดการ เปิดปิดเครื่องตลอดจนการเลือกรูปแบบการทำงานต่างๆ จะต้องทำในส่วนนี้เพื่อควบคุมอุปกรณ์ต่างๆให้สัมพันธ์กัน โดยจะทำหน้าที่รับสัญญาณจากอุปกรณ์ตรวจจับทุกจุดในบ้าน อาทิ ห้องนอน ตู้เชพ และส่งสัญญาณเตือนภัยให้เจ้าของบ้านรับรู้เมือมีสิ่งผิดปกติเกิดขึ้น

ส่วนแจ้งเตือนภัย (alarm section)
ส่วน นี้ก็คืออุปกรณ์ส่งสัญญาณเสียง ( siren) หรือพวกสัญญาณไฟต่าง ๆ นั่นเอง และยังรวมถึงระบบโทรศัพท์ที่สามารถแจ้งเหตุไปยังสถานที่ที่เราต้องการได้ เช่น ป้อมยามหน้าหมู่บ้าน ศูนย์รับแจ้งเหตุ หรือสถานีตำรวจที่ใกล้ที่สุดได้ด้วย

โทรทัศน์วงจรปิด (cctv)
เป็น เครื่องมืออีกรูปแบบหนึ่งที่เข้ามาช่วยเสริมระบบรักษาความปลอดภัยในบ้านหรือ ร้านค้าซึ่งเจ้าของไม่สามารถดูแลได้ตลอดเวลาระบบ CCTV มีอุปกรณ์หลักเป็นกล้องโทรทัศน์ซึ่งติดตั้งไว้ตามจุดต่างๆ โดยเฉพาะจุดที่เสี่ยงต่อการบุกรุก เช่นประตูทางเข้าออก ห้องเก็บของมีค่า ฯลฯ เพื่อตรวจจับความเคลื่อนไหวและบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน และยังใช้เป็นหลักฐานในการจับกุมหรือหาตัวคนร้ายได้นำภายหลังนอกจากนี้ สามารถต่อเชื่อมเข้ากับระบบเตือนการบุกรุกหรืออุปกรณ์เปิดปิดประตูอัตโนมัติ ได้  

วันอาทิตย์ที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2556

ภาคอสังหาริม ทรัพย์ไทยต้องเผชิญกับต้นทุนที่ปรับสูงขึ้น ทั้งผลจากการปรับขึ้นค่าจ้างแรงงานขั้นต่ำ 300 บาท และปัญหาแรงงานขาดแคลนในภาคอสังหาริมทรัพย์



 เป็นผลจากความต้องการแรงงานในภาคธุรกิจนี้มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากความต้องการแรงงานซ่อมแซมบ้านภายหลังจากภัยพิบัติน้ำท่วมใหญ่เมื่อ ปลายปี 2554 และจากการเร่งตัวของภาคธุรกิจในโครงการก่อสร้างที่อยู่อาศัยทั้งในกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งมีโครงการอีกเป็นจำนวนมากที่มีกำหนดเริ่มดำเนินการก่อสร้างในอนาคต
ต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นได้ส่งผลทำให้ราคาที่อยู่อาศัยปรับสูงขึ้นตามไป ด้วย ราคาที่อยู่อาศัยที่เพิ่มขึ้นยังเป็นผลจากตลาดมีความต้องการซื้อเพิ่มมาก ขึ้นทั้งจากการซื้อเพื่ออยู่อาศัยและเก็งกำไร โดยเฉพาะในช่วงที่ผ่านมาระบบเศรษฐกิจไทยมีสภาพคล่องเพิ่มสูงขึ้นจากเม็ดเงิน ที่ไหลเข้ามาลงทุนในประเทศอย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่วนใหญ่จะมาลงทุนในตลาดทุน และตลาดอสังหาฯ นอกจากนี้โครงการบ้านหลังแรกและนโยบายปรับขึ้นค่าจ้างรายเดือนของข้าราชการ วุฒิปริญญาตรีเป็น 15,000 บาท ยังเป็นตัวเร่งให้ความต้องการซื้ออสังหาฯ เพิ่มมากขึ้นด้วย
ปัจจุบันภาคอสังหาฯ ต้องประสบกับปัญหาแรงงานขาดแคลน ทำให้เกิดกรณีที่บางโครงการไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างเสร็จได้ตามกำหนด รวมถึงบางกรณีที่ก่อสร้างไม่เสร็จหรือต้องหยุดการก่อสร้างลง ส่งผลทำให้ผู้ซื้อจำนวนมากเข้ามาร้องเรียนปัญหานี้ผ่านสำนักงานคณะกรรมการ คุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ทำให้ผู้ประกอบการได้รับผลกระทบจากการที่ผู้ซื้อที่ยกเลิกสัญญาขอคืนเงิน จอง-เงินดาวน์ และยังมีต้นทุนค่าดอกเบี้ยเพิ่มขึ้นเพื่อชดเชยให้กับผู้ซื้อตามที่กฎหมาย คุ้มครองผู้บริโภคกำหนด ฉะนั้นปัญหาแรงงานขาดแคลนภาคอสังหาฯ จำเป็นต้องได้รับการแก้ไข เพราะปัจจุบันได้สร้างความเสียหายให้กับผู้ซื้อ และเพื่อเป็นการลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
แนวโน้มปัญหาแรงงานขาดแคลนมิใช่จะเกิดขึ้นเฉพาะในภาคอสังหาฯ เท่านั้น แต่เริ่มเห็นสัญญาณขาดแคลนแรงงานในภาคอุตสาหกรรมที่สำคัญ อย่างเช่นในอุตสาหกรรมยานยนต์ ซึ่งมีแนวคิดแก้ไขปัญหาโดยจะนำแรงงานจากกลุ่มเด็กแว้นเข้ามาทดแทน ทั้งนี้เนื่องจากปัญหาแรงงานขาดแคลนมีลักษณะเปรียบได้กับ “โดมิโน” ที่เกิดขึ้นจากกระบวนการปรับตัว เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า โดยการโยกย้ายแรงงานจากภาคอุตสาหกรรมอื่น หรือส่วนงานอื่นมาทดแทน
ยิ่งไปกว่านั้น แนวโน้มการขาดแคลนแรงงานจะยังคงดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง โดยมีสาเหตุเกิดขึ้นจากปัจจัย 2 ส่วนหลัก ๆ ได้แก่
ส่วนที่หนึ่ง ด้านความต้องการจ้างแรงงานภายในประเทศเพิ่มขึ้น
ปัจจัยประการแรก คือ แนวโน้มการขยายตัวทางเศรษฐกิจไทย อาทิ การขยายตัวของความเป็นเมืองใหญ่มากขึ้น ซึ่งจำเป็นต้องใช้แรงงานก่อสร้างอาคารสำนักงานและที่อยู่อาศัย อีกทั้งความต้องการใช้แรงงานจำนวนมากในการลงทุนเพื่อก่อสร้างโครงสร้างพื้น ฐานด้านคมนาคมของประเทศ ที่จะมีการลงทุนขนานใหญ่ภายใต้วงเงิน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินโครงการในปี 2557
ประการที่สอง คือ การเปิดเสรีทางการค้าภายในภูมิภาค จะทำให้สินค้าและบริการบางประเภทที่ผลิตใน ประเทศสามารถส่งออกไปยังประเทศในประชาคมอาเซียนได้มากขึ้น ทำให้ขนาดของการผลิตขยายตัวขึ้นและมีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับประเทศไทยมีศักยภาพในการเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของภูมิภาคจะทำให้มี การขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ การค้าและการลงทุน ซึ่งทำให้มีความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ส่วนที่สอง ด้านความต้องการขายแรงงานภายในประเทศลดลง
ปัจจัยประการแรก คือ แรงงานต่างด้าวย้ายกลับประเทศ เนื่องจากการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุนของประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนจะ ทำให้มีการลงทุนโดยตรงเข้าไปในประเทศสมาชิกใหม่ของอาเซียนมากขึ้น โดยเฉพาะเมียนมาร์ กัมพูชา และลาวที่มีค่าจ้างแรงงานต่ำ ประเทศไทยที่มีการนำเข้าแรงงานจากประเทศเพื่อนบ้านเข้ามาจำนวนมากจะได้รับผล กระทบทำให้ปัญหาแรงงานขาดแคลนรุนแรงมากขึ้น ปัจจุบันนักลงทุนจากหลายประเทศกำลังมุ่งแสวงหาช่องทางที่จะเข้าไปลงทุนในประ เทศเมียนมาร์ กัมพูชา และลาว ก่อให้เกิดกระแสการไหลกลับของแรงงานต่างด้าวในประเทศไทย ดังนั้นผู้ที่จ้างแรงงานต่างด้าวเป็นลูกจ้างในสถานประกอบการหรือเป็นคนทำงาน ที่บ้านจะต้องเผชิญปัญหาขาดแคลนแรงงานหรือหาคนงานได้ยากขึ้น ปัญหาดังกล่าวจะทำให้ต้นทุนการจ้างแรงงานต่างด้าวเพิ่มสูงขึ้น และทำให้สินค้าและบริการที่ใช้แรงงานต่างด้าวมีราคาสูงขึ้นจนอาจไม่สามารถ แข่งขันได้
ประการที่สอง คือ ปัญหาสมองไหลไปทำงานในสถานประกอบการหรือประเทศที่มีระดับค่าจ้างที่สูงกว่า ตัวอย่างเช่นบุคลากรทางการแพทย์ การเปิดเสรีบริการทางการแพทย์จะทำให้ประชาชนในประเทศเพื่อนบ้านเข้ามารับ บริการในประเทศไทยมากขึ้น ทำให้แพทย์ย้ายไปทำงานในโรงพยาบาลที่ให้บริการแก่คนต่างชาติมากขึ้น ขณะเดียวกันแพทย์ของไทยมีโอกาสออกไปทำงานในต่างประเทศได้ โดยเฉพาะสิงคโปร์ บรูไน และมาเลเซียที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่าไทย ส่งผลทำให้บุคลากรทางการแพทย์ที่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการอยู่แล้ว ยิ่งทวีความขาดแคลนมากขึ้น ทั้งนี้ประเทศสมาชิกประชาคมอาเซียนได้จัดทำความตกลงการเคลื่อนย้ายแรงงานภาย ในภูมิภาคอย่างเสรี เกี่ยวกับคุณสมบัติของวิชาชีพหลัก แรงงานเชี่ยวชาญหรือผู้มีความสามารถพิเศษทั้ง 7 สาขาในปี พ.ศ. 2558 ได้แก่ วิศวกรรม พยาบาล สถาปัตยกรรม การสำรวจ แพทย์ ทันตแพทย์ และบัญชี
แม้ที่ผ่านมาหน่วยงานภาครัฐได้มีการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานภาคอสัง หาฯ โดยอนุญาตให้นำแรงงานต่างด้าวเข้ามาจำนวนหนึ่ง แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของตลาด ในขณะที่ ธปท. มีแนวโน้มจะออกมาตรการลดความร้อนแรงของตลาดอสังหาฯ โดยการออกมาตรการเพิ่มสัดส่วนการวางเงินดาวน์ LTV (Loan to Value) ในการให้สินเชื่อของธนาคารพาณิชย์ เพื่อลดความต้องการของตลาดที่อยู่อาศัย ซึ่งจะทำให้การขยายตัวของความต้องการแรงงานในภาคอสังหาฯ ชะลอตัวลงด้วย อย่างไรก็ตาม แนวทางการแก้ปัญหาดังกล่าวเป็นเพียงการแก้ปัญหาในระยะสั้น และบางมาตรการยังส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการและผู้บริโภค รวมทั้งยังเป็นอุปสรรคต่อการดึงดูดการลงทุนในอนาคตอีกด้วย
จากโมเมนตัมของแรงงานกับอสังหาริมทรัพย์ไทยที่เกิดขึ้นและที่อาจเกิดขึ้น ในอนาคต จะต้องได้รับการจัดการแก้ไข โดยต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ ซึ่งผมจะนำเสนอแนวทางแก้ไขปัญหาด้านแรงงานในโอกาสต่อไป ...

วันศุกร์ที่ 2 สิงหาคม พ.ศ. 2556

เว็บ และ วิธีตรวจสอบว่า บ้านเราจะโดนน้ำท่วม หรือไม่

เว็บ และ วิธีตรวจสอบว่า บ้านเราจะโดนน้ำท่วม หรือไม่

UploadImage

ขอแนะนำเว็บไซต์ที่เราจะสามารถตรวจสอบวัดระดับพื้นที่บ้านเรา ว่าสูงกว่าระดับน้ำทะเลกี่เมตร โดยในเหตุการณ์น้ำท่วมคราวนี้ ทางนาซ่าประเมินว่าจะท่วม ประมาณ 5 เมตร ดังนั้นหากบ้านใครสูงกว่าระดับน้ำทะเล 5 เมตร โอกาสที่น้ำจะท่วมถึงล้อรถ ก็มีน้อยมาก

ประการแรก เข้าไปที่ลิงค์นี้ก่อน
http://flood.firetree.net/?ll=16.3412,97.3388&z=12&m=7
1. เลื่อนหาแผนที่ประเทศไทย ซูมเข้าไปจนกว่าจะเห็นที่ตั้งบ้านเรา เช่น หมู่บ้าน ซอยแยก
2. เติมน้ำลงไปที่ระดับ =5+ (ช่องบนด้านซ้าย) ดูที่บ้านเราเเละบริเวณรอบๆ ว่ามีสีน้ำเงินไหม หากมีเเสดงว่าท่วม
3. ต่อไปจะดูว่าท่วมสูงเท่าไหร่ (ดูว่าบริเวณบ้านเราอยู่ระดับน้ำ ทะเลที่เท่าไหร่) โดยลองลดระดับน้ำลง เช่น 4+ 3+ 2+ จนกว่าจะไม่มีสีน้ำเงิน ครั้งเเรกที่ไม่มีสีน้ำเงิน นั่นคือระดับพื้นดินที่บ้านเราสูงกว่า น้ำทะเลโดยประมาณ เนื่องจากนาซ่าทำให้แสดงเป็นค่าโดยประมาณที่ระยะสูงต่างกัน 1 เมตร
4. ใส่ 7+ พื้นที่ไหนที่เป็นสีขาว แสดงว่าสูงกว่าระดับน้ำทะเล 7 เมตร เป็นจุดที่น้ำไม่ท่วมแน่นอน นำรถไปจอดได้ หากจอดพื้นที่ที่ 5+ น้ำก็จะประมาณล้อ
สรุป: +5 +6 +7 คือประมาณการความสูงของน้ำที่จะท่วม พื้นที่สีน้ำเงิน = ท่วม
ให้ลองเช็คตั้งแต่ +5 ขึ้นไป
วรวรรณ ธาราภูมิ

ขอบคุณสำหรับข้อมูล สาระน่ารู้ และ ความรู้รอบตัว และข่าวดีๆที่ร่วมสร้างสรรค์สังคม และการศึกษาไทย จาก moneymartthai.com