กรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานคร มีฐานะเป็นเมืองหลวงของประเทศมายาวนานมากกว่า 200 ปี บนเส้นทางของกาลเวลาได้สร้างความเจริญเติบโต การพัฒนาและการเปลี่ยนแปลงให้แก่มหานครแห่งนี้อย่างมากมาย หลากหลายมิติบริบทของการพัฒนาของกรุงเทพมหานครมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงอย่างใกล้ชิด กับการพัฒนาประเทศ ภูมิภาค และโลก ในฐานะที่เป็นเมืองหลักทางเศรษฐกิจที่สำคัญของประเทศไทยและของภูมิภาคเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต้ และได้ส่งผลให้กรุงเทพเป็นศูนย์กลางของกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่มีห่วงโซ่อุป ทานที่กว้างขวางกว่าขอบเขตการปกครองในระดับท้องถิ่น
การเป็นศูนย์กลางของประเทศในทุกด้านมายาวนานทั้งด้านเศรษฐกิจ การเมือง การบริหาร การศึกษา การคมนาคม สื่อสารและการติดต่อสัมพันธ์กับต่างประเทศ ได้ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง ด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครอย่างต่อเนื่องและกระจายเชื่อมโยงไปยังบริเวณ ปริมณฑล ต่างจังหวัด และประเทศเพื่อนบ้าน ตามการพัฒนาด้านการสื่อสารและโทรคมนาคม
ในปี 2552 กรุงเทพฯ ได้รับการยกย่องให้เป็นเมืองที่น่าท่องเที่ยวมากที่สุดในเอเชีย โดยสิ่งที่ดึงดูดให้นักท่องเที่ยวชาวต่างชาติเดินทางมาท่องเที่ยวกรุงเทพฯ 5 อันดับแรก ได้แก่ อาหารไทย โบราณสถานและโบราณวัตถุ อัธยาศัยไมตรีของคนไทย วัฒนธรรมประเพณีและศิลปะพื้นบ้าน และแหล่งช้อปปิ้ง
![]() |
กรุงเทพมหานคร มีขนาดพื้นที่ 1,568 ตร.กม.
ปัจจุบันมีประชากรอาศัยอยู่ประมาณ 10 ล้านคน
มีรูปแบบการบริหารเป็นเขตปกครองพิเศษ แบ่งพื้นที่การบริหารเป็น 6 พื้นที่
มีเขตการปกครองรวม 50 เขต ดังนี้
|
โครงสร้างทางเศรษฐกิจ ของกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ที่มีบรรยากาศต่างๆที่เอื้อต่อการประกอบธุรกิจ มากกว่าพื้นที่ใดๆในประเทศไทย (มูลนิธิเพื่อสถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ พ.ศ. 2548) เนื่องจากมีความได้เปรียบพื้นที่อื่นๆในเรื่องระบบโครงสร้างพื้นฐาน สาธารณูปโภค ระบบการเงิน การบริหาร และการเชื่อมโยงกับต่างประเทศ อย่างไรก็ตามเมื่อเปรียบเทียบการจัดอันดับเครือข่ายการให้บริการของโลกซึ่ง จัดโดย Brooking Institution ได้จัดให้กรุงเทพฯอยู่ในอันดับที่ 7 ของเอเชีย และเป็นอันดับที่ 28 ของโลก ซึ่งยังเป็นรองเมืองหลักอื่นๆ เช่น ฮ่องกง โตเกียว สิงคโปร์ ไทเป จาการ์ตา และกัวลาลัมเปอร์ ( แผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 12 ปี : พ.ศ. 2552 – 2562) เนื่องจากกรุงเทพฯเป็นที่รวมของโครงสร้างพื้นฐานในการประกอบธุรกิจที่ สมบูรณ์ รวมทั้งเป็นแหล่งตลาดขนาดใหญ่ จึงดึงดูดให้มีกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่หลากหลายทั้งภาคการเกษตร อุตสาหกรรม การบริการและการค้าขายนานาชนิด เกือบครบทุกประเภทในด้านโครงสร้างพื้นฐานทางกายภาพ ระบบโครงข่ายคมนาคมขนส่งไม่สามารถรองรับการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจและการ เพิ่มขึ้นของประชากรในเขตกรุงเทพฯอย่างรวดเร็วได้ มีการประมาณการความต้องการของประชาชนที่เดินทางในกรุงเทพฯถึงวันละ 18 ล้านเที่ยว ในขณะที่การเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ที่ดินจากแปลงเกษตรกรรมขนาดใหญ่มาเป็น การใช้ประโยชน์ที่ดินแบบเมืองโดยไม่มีการวางแผนรองรับอย่างเหมาะสม ส่งผลให้พื้นที่ถนนในกรุงเทพฯ มีปริมาณต่ำกว่ามาตรฐานของความเป็นเมืองที่มีการเดินทางอย่างสะดวก กล่าวคือ กรุงเทพฯ มีพื้นที่ถนนประมาณร้อยละ 10 ของพื้นที่เมืองทั้งหมด ในขณะที่มหานครโตเกียวมีพื้นที่ถนนคิดเป็นร้อยละ 23 และมหานครนิวยอร์กมีพื้นที่ถนนคิดเป็นร้อยละ 38 ของพื้นที่เมือง กรุงเทพฯมีระบบขนส่งมวลชนบนรางมีเพียงประมาณร้อยละ 3 ของปริมาณการเดินทางทั้งหมด ในขณะที่ระบบขนส่งมวลชนส่วนใหญ่ยังใช้เส้นทางร่วมกับรถยนต์ส่วนบุคคล ดังนั้นการแออัดด้านการจราจรเป็นปัจจัยสำคัญที่กระทบต่อการประกอบอาชีพใน กรุงเทพฯ
เมื่อพิจารณาบทบาทในเชิงเศรษฐกิจจะเห็นว่าตลอดระยะเวลามากกว่า 20 ปีของการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ กรุงเทพมหานครเป็นเมืองที่มีผลิตภัณฑ์มวลรวมของจังหวัด หรือ GPP สูงที่สุดของประเทศไทยมาโดยตลอด ในปี 2551 กรุงเทพมหานครมี GPP จำนวน 2,290,158 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 25.2 ของ GDP ของประเทศ การเติบโตทางเศรษฐกิจของกรุงเทพมหานครเกิดจากการสร้างมูลค่าเพิ่มของภาคการ ค้าและภาคบริการเป็นส่วนใหญ่
โครงสร้างทางสังคมของกรุงเทพมหานคร
การเติบโตของกรุงเทพมหานครก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในโครงสร้างทาง
สังคมอย่างกว้างขวาง
การขยายตัวทางพื้นที่ของกรุงเทพมหานครเป็นไปในลักษณะกระจัดกระจายแผ่ขยายไป
ตามโครงข่ายระบบบริการพื้นฐานที่สำคัญ โดยเฉพาะตามแนวถนนสายหลัก
ทำให้เกิดปัญหาความแออัดของที่อยู่อาศัย กิจกรรมทางเศรษฐกิจ ปัญหาการจราจร
และปัญหาการเพิ่มขึ้นของมลพิษกรุงเทพมหานครเป็นเมืองรองรับการอพยพของแรงงานที่สำคัญที่สุดทั้งจาก ภูมิภาคต่างๆในประเทศและจากต่างประเทศ ประชากรแฝงเหล่านี้ได้ผสมผสานการดำเนินชีวิตกลมกลืนเป็นประชากรในเมือง ซึ่งมีความผูกพันกับพื้นที่ที่อยู่อาศัยน้อย การรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ สังคมและวัฒนธรรม มักเกิดขึ้นโดยผ่านระบบสื่อสารสมัยใหม่ เช่น สถานีวิทยุ เครือข่ายอินเตอร์เน็ต มากกว่าการความสัมพันธ์ด้านพื้นที่
โครงสร้างทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานคร
กรุงเทพมหานครเป็นเมืองโตเดี่ยวมาเป็นเวลานาน
เป็นแหล่งรวมของการเคลื่อนย้ายผู้คนและกระแสวัฒนธรรมที่หลากหลาย
ดังนั้นในด้านวัฒนธรรมความเป็นอยู่ของกรุงเทพจึงมีลักษณะของวัฒนธรรมเมือง
ที่เปิดรับการเปลี่ยนแปลงของวัฒนธรรมโลกอย่างเต็มรูปแบบ
มีลักษณะปัจเจกนิยม ตัวใครตัวมัน หรือสภาพพื้นที่ต่างใจตามความต้องการ
มีวิถีชีวิตที่รีบเร่ง
วัฒนธรรมเสมือนจริงหรือโลกของอินเตอร์เน็ตมีอิทธิพลสูง
เกิดเครือข่ายทางความคิด ความเชื่อ การแลกเปลี่ยนความรู้
หรือการรวมกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกับพื้นที่ หรือถิ่นที่อยู่ทุนทางวัฒนธรรมของกรุงเทพมหานครมีทั้งทุนทางวัฒนธรรมดั้งเดิม ซึ่งได้แก่ภูมิปัญญาไทย ประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรม และสถานที่สำคัญที่มีชื่อเสียงระดับโลก พระบรมมหาราชวัง วัดวาอาราม พระพุทธรูป และทุนทางวัฒนธรรมสมัยใหม่ซึ่งเปิดพื้นที่สำหรับแนวคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ตามกระแสโลก อาทิ ศูนย์สร้างสรรค์การออกแบบ โรงละครเวที หอศิลปะ ศูนย์วัฒนธรรม ห้องแสดงภาพ ตลาดน้ำ ตลาดนัด ตลอดจนถนนสายต่างๆที่แสดงถึงอัตลักษณ์ของพื้นที่ เช่น จตุจักร-ตลาดนัดห่วงโซ่ธุรกิจสร้างสรรค์ สยามสแควร์-ที่แจ้งเกิดของแบรนด์แฟชั่นไทย หรือทาวน์อินทาวน์ -เมืองโฆษณาและภาพยนต์เป็นต้น
ภาพในอนาคตและยุทธศาสตร์การพัฒนากรุงเทพมหานคร
ในการวางภาพในอนาคตของกรุงเทพมหานคร หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้แก่
สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
กรมโยธาธิการและผังเมือง
และกรุงเทพมหานครได้ศึกษาและจัดทำแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร
โดยใช้กรอบการพัฒนาเชิงพื้นที่
ซึ่งมองภาพอนาคตของกรุงเทพฯทั้งในบริบทของการเป็นภาคมหานคร
(กรุงเทพและปริมณฑล) การเป็นศูนย์กลางของประเทศไทย
และการเป็นมหานครที่สำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
โดยแผนพัฒนากรุงเทพมหานคร ระยะ 12 ปี : พ .ศ. 2552 – 2562
ได้วาดภาพกรุงเทพฯ ในอนาคต ไว้ดังนี้ ในระยะ 5 ปี กรุงเทพฯ จะเป็นมหานครที่มีแหล่งท่องเที่ยวทางด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และโบราณสถานที่ได้รับการบูรณะฟื้นฟู เป็นมหานครสีเขียวที่ปลอดภัยจากน้ำท่วม พร้อมทั้งมีระบบคมนาคมขนส่งที่สะดวกและเชื่อมโยงในระดับภูมิภาคเพื่อรองรับ การที่ประเทศไทยจะเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวและการบริการที่เชื่อมโยงกันใน กลุ่มอาเซียน โดยมีบทบาทเป็นมหานครชั้นนำระดับโลกด้านการท่องเที่ยวและเป็นมหานครชั้นนำ ด้านการคมนาคมขนส่งทางอากาศ การค้าและบริการการสาธารณสุขและการแพทย์ในระดับเอเชียตะวันออกเฉียงใต้
ในระยะ 15 ปี กรุงเทพฯ จะเป็นศูนย์กลางการเชื่อมโยงระบบคมนาคมขนส่งระดับภูมิภาค เพื่อกระจายความเจริญของภาคมหานครไปสู่พื้นที่โดยรอบ และเป็นศูนย์กลางการให้บริการด้านการสาธารณสุขและการแพทย์ พร้อมทั้งเป็นเมืองที่มีอุตสาหกรรมสะอาดปราศจากการก่อให้เกิดมลภาวะทางสิ่ง แวดล้อม ซึ่งอยู่บนพื้นฐานการวิจัยและพัฒนา เพื่อรองรับการที่ประเทศไทยจะเป็นประเทศอุตสาหกรรมในอนาคตและเป็นศูนย์กลาง สุขภาพ

กรุงเทพมหานคร เป้นศูนย์รวมในด้านต่างๆมากมายเช่นเศรษฐกิจ การเมือง และอื่นๆอีกมากมายรวมถึงงานในด้านต่างๆซึ่งเป็นปัจจัสำคัญในเมืองหลวงของไทยนั้นมีลักษณะประชากรแบบกระจุกตัวซึ่งเห็นได้อย่างชัดเจนมากจึงทำให้การขยายตัวของกรุงเทพมีการขยายตัวของเมืองออกมารอบนอกเพิ่มขึ้นเรื่อยๆในักษณะนี้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่ากรุงเทพมหานครเป็นเอกนครอย่างเต็มรูปแบบ
ตอบลบ