วางแผนอนาคตจะซื้อที่ดินแปลงที่สอง เป็นบ้านพักตากอากาศสักหลัง
พอเริ่มค้นหาข้อมูลพบว่ามีเอกสารสิทธิ์หลายรูปแบบที่เจ้าของกรรมสิทธิ์เดิม
ประกาศซื้อขายไว้ เช่น ขายที่ดิน นส3ก ขายที่ดิน ภบท5 เลยรู้สึกงง ๆ
เพราะเคยทำสัญญาประเภทแบ่งโฉนดในพื้นที่ดินจัดสรร ในกรุงเทพฯ
เริ่มรู้สึกว่าไม่มั่นใจว่า การซื้อที่ดินต่างจังหวัดที่ประกาศขายกันนั้น
มีกรรมสิทธิครอบครอง เลยลองศีกษาข้อมูลมาแบ่งปันกัน
หากท่านใดที่มีความรู้ด้วยนี้
ช่วยบรรยายเพิ่มเติมด้วยจักเป็นพระคุณอย่างยิ่งครับ
โฉนด เป็นหนังสือสำคัญแสดงกรรมสิทธิ์ และ นส.3 ก เป็นหนังสือสำคัญแสดงสิทธิครอบครอง ซึ่งในความหมายของคนทั่วไป ไม่ว่าจะกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองก็เป็นเจ้าของทั้งคู่
แต่ในทาง “กฎหมาย” นั้นการมีกรรมสิทธิ์กับสิทธิครอบครองจะแตกต่างกัน
ที่ดินที่มิได้มีกรรมสิทธิ์ (โฉนดที่ดิน) ตามมาตรา 2
ป.ที่ดินถือว่าเป็นของรัฐ ข้อแตกต่างอีกเรื่องคือเรื่องการสูญเสีย
ถ้าที่ดินมีกรรมสิทธิ์ การสูญเสียจะยาก
เพราะว่ากรรมสิทธิ์จะมั่นคงใครมาแย่งกรรมสิทธิ์ ต้องใช้อายุความถึง 10 ปี
(ครอบครองปรปักษ์ตาม ป.พ.พ.มาตรา 1382)
แต่ถ้าที่ดินนั้นมีเพียงสิทธิครอบครอง การสูญเสียจะง่ายกว่า
เพราะสิทธิครอบครองจะเบากว่า หากมีคนมาแย่งการครอบครองจะใช้อายุความ 1 ปี
(เขาไม่เรียกว่าการครอบครองปรปักษ์
เพราะจะครอบครองปรปักษ์ได้จะต้องเป็นที่ดินมีกรรมสิทธิ์เท่านั้น)
นส.3 ก ก็เป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ
ส่วนหนังสือรับรองการทำประโยชน์อีกประเภทก็คือ นส.3 กับ นส.3 ข
ทั้งสองประเภทนี้ไม่มีระวางรูปถ่ายทางอากาศ
ข้อแตกต่างในเรื่องการโอน
ตามปกติแล้วการโอนเช่นการซื้อขายที่ดินไม่ว่าจะเป็นที่ดินมีโฉนดหรือ นส. 3 ก
นั้นต้องทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ตาม ป.พ.พ. มาตรา
456 ประกอบ มาตรา 4 ทวิ ป.ที่ดิน แต่ นส. 3 ก นั้น
ถึงแม้ไม่ทำเป็นหนังสือและจดทะเบียนต่อพนักงานเจ้าหน้าที่อันทำให้นิติกรรม
การโอนเป็น “โมฆะ” ตาม ป.พ.พ. มาตรา 456
แต่เนื่องจากมันเป็นที่ดินมีสิทธิครอบครองจึงสามารถโอนกันได้ด้วยการส่งมอบ
การครอบ (คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6597/2542) เป็นการนำเอามาตรา 174 ป.พ.พ.
มาปรับใช้
ตามข่าวในทีวีเมื่อช่วงต้นปี 2552 ดร. อาจอง ชุมสาย ณ อยุธยา
ได้ให้ข้อคิดและคำเตือนกับคนไทยไว้ว่า อย่าประมาทต่อผลกระทบของภาวะโลกร้อน
ซึ่งคาดการณ์ไว้ว่าอีกไม่กี่สิบปีข้างหน้า น้ำทะเลในอ่าวไทยจะสูงขึ้นถึง 7
เมตร หากประชากรของโลกยังบริโภคพลังงานน้ำมัน สร้างภาวะเรือนกระจก
ทำให้โลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น และเกิดความแปรปรวนทางธรรมชาติ
เลยวางแผนว่าจะไปซื้อบ้านหลังที่ 2 ไว้ที่แถว ๆ ปากช่อง
เผื่อน้ำท่วมกรุงเทพฯ จะได้มีที่พักอาศัยทดแทนให้ลูกหลาน ดูแผนที่น้ำท่วม 7 เมตร
เรียบเรียงจากกระทู้ของ www.pantip.com
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น