วันพุธที่ 1 พฤษภาคม พ.ศ. 2556

การตั้งถิ่นฐานของกรุงเทพฯ





ภูมิศาสตร์และธรณีสัณฐานกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
: สภาพแวดล้อการตั้งถิ่นฐาน
                                        
...... ข้อมูลนี้เป็นส่วนหนึ่งของหลักสูตรการอบรมด้านการดูแลรักษาโบราณสถาน คณะโบราณคดี ม.ศิลปากร เมื่อกันยายน 2548 โดย อ.ทิวา ศุภจรรยา, ผอ.สถาบันถิ่นฐานไทย จ.ประจวบคีรีขันธ์.....
                                                                                                                                                 

บริเวณ ที่ราบเจ้าพระยาตอนล่าง มีภูมิลักษณ์และการทับถมของตะกอน เป็นหลักฐานแสดงว่า บริเวณที่ราบเจ้าพระยาตอนล่างนี้เคยเป็นอ่าวแบบชะวากทะเล ซึ่งมีแนวชายฝั่งทะเลเป็นอ่าวเว้าลึกเข้าไปในแผ่นดิน จนถึงบริเวณจังหวัดชัยนาท-นครสวรรค์ ระยะห่างจากชายฝั่งทะเลปัจจุบันประมาณ 220 กิโลเมตร
ได้ วิวัฒนาการจากบริเวณที่เคยเป็นทะเลมาก่อนในอดีต ได้กลายเป็นแผ่นดิน ตามการถอยร่นของชายฝั่งทะเลออกไปเป็นช่วงๆ จนถึงแนวชายฝั่งทะเลปัจจุบัน
การ ขุดลอกคลองสำโรง ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ. 2041 (ราชบัณฑิตยสถาน 2521) แสดงว่าบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นแผ่นดินมาก่อนนี้           
หลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี  เป็นประจักษ์พยานแสดงว่า มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในบริเวณที่ราบเจ้าพระยาตอนล่างมานานไม่น้อยกว่า 4,000 พันปีมาแล้ว (สุรพล นาถะพินธุ, 2538 
พัฒนาการ การตั้งถิ่นฐานที่มีการขุดสร้างกำแพงเมือง-คูเมืองล้อมรอบ การเป็นเมืองคูคลองที่มีการขุดเครือข่ายคูคลองคล้ายร่างแห เพื่อการคมนาคมในเขตชุมชน ตลอดจนการขุดคลองเพื่อการชลประทานและการคมนาคมเชื่อมโยงกับชุมชนภายนอก ช่วยให้เข้าใจถึงพัฒนาการการตั้งถิ่นฐานที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การศึกษาความสัมพันธ์ การตั้งถิ่นฐานที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบ  รวม ถึงเมืองคูคลองได้พบหลักฐานด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี แสดงว่าเป็นเมืองท่าสำคัญในสมัยทวารวดี-ฟูนัน ในช่วงเวลา 1,000 - 2,500 ปีที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์กับแนวชายฝั่งทะเลที่ระดับความสูงประมาณ 3.50 4.00 เมตร และอยู่ห่างลึกเข้าจากแนวชายฝั่งปัจจุบัน  
การ ถอยร่นของแนวชายฝั่งทะเล ที่สัมพันธ์กับการลดระดับของน้ำทะเลในเวลาต่อมา มีผลกระทบต่อการตั้งถิ่นฐาน ทำให้ชุมชนโบราณเหล่านั้นเปลี่ยนแปลง บางแห่งถูกทิ้งร้าง บางแห่งเกิดศูนย์กลางชุมชนขึ้นใหม่ในบริเวณที่มีเส้นทางคมนาคมออกสู่ทะเลได้ สะดวก
กรุงเทพ มหานครและพื้นที่โดยรอบ เป็นแผ่นดินเกิดใหม่ ซึ่งเป็นผลจากที่ระดับน้ำทะเลถอยร่นออกมาครั้งล่าสุดในช่วงเวลาไม่น้อยกว่า 200 ปีมาแล้ว (Van der Kevie and Yenmanas 1972; ทิวา ศุภจรรยา กฤษณพล วิชพันธุ์ และชวลิต ขาวเขียว 2547)
การทับถมตะกอนสันฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางสันฝั่งแม่น้ำบางปะกงทางตะวันออก สันฝั่งแม่น้ำทางตะวันตก  และด้านทิศใต้ซึ่งปิดกั้นด้วยแนวและเนินตะกอนชายฝั่งทะเล เป็นสาเหตุทางธรรมชาติ ทำให้น้ำท่วมขังยาวนานในบางพื้นที่ 
ประกอบ กับการพัฒนาพื้นที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการสร้างถนนขวางทางน้ำ และการสูบน้ำบาดาลที่มีผลต่อการทรุดตัวของแผ่นดิน นับเป็นสาเหตุที่มนุษย์ทำขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล  เกิดน้ำท่วมขังยาวนานและก่อปัญหาในการระบายน้ำออกลงสู่ทะเลที่ยุ่งยากจนถึงปัจจุบัน      
การ เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ ที่มีผลทำให้ชายฝั่งทะเลบริเวณที่ราบเจ้าพระยาตอนล่างถอยร่นออกไปเป็นช่วงๆ บริเวณที่เคยเป็นอ่าวชะวากทะเลระดับตื้น เปลี่ยนเป็นแผ่นดินที่ราบลุ่ม มีแม่น้ำไหลผ่านออกสู่ทะเล ได้ส่งอิทธิพลถึงการตั้งถิ่นฐานในบริเวณชายขอบฝั่งทะเลมาตลอดเวลาในอดีต มากกว่า 2,000 ปีจนถึงปัจจุบัน
เกิด การเรียนรู้และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของบริเวณที่ ราบเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งโดยตลอด เกิดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาการตั้งถิ่นฐาน ซึ่งมีวิวัฒนาการไปตามการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ผูกพันกับ น้ำ  พร้อมๆ กับความก้าวหน้าในทางเทคโนโลยี
ส่ง ผลถึงพัฒนาการทางวัฒนธรรมการตั้งถิ่นฐานไปสู่สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ใน ที่สุด แนวความคิดในการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครและ ปริมณฑล   
แนวทางการศึกษาสภาพแวดล้อมการตั้งถิ่นฐานทั้ง ภูมิลักษณ์ธรรมชาติ และ ภูมิลักษณ์วัฒนธรรม ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่จะนำไปสู่การวางและจัดทำผังเมืองอย่างสมบูรณ์เหมาะสมยิ่งขึ้น


 ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=368325










ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น