ภูมิศาสตร์และธรณีสัณฐานกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
: สภาพแวดล้อการตั้งถิ่นฐาน
บริเวณ
ที่ราบเจ้าพระยาตอนล่าง มีภูมิลักษณ์และการทับถมของตะกอน
เป็นหลักฐานแสดงว่า
บริเวณที่ราบเจ้าพระยาตอนล่างนี้เคยเป็นอ่าวแบบชะวากทะเล
ซึ่งมีแนวชายฝั่งทะเลเป็นอ่าวเว้าลึกเข้าไปในแผ่นดิน
จนถึงบริเวณจังหวัดชัยนาท-นครสวรรค์ ระยะห่างจากชายฝั่งทะเลปัจจุบันประมาณ 220 กิโลเมตร
ได้
วิวัฒนาการจากบริเวณที่เคยเป็นทะเลมาก่อนในอดีต ได้กลายเป็นแผ่นดิน
ตามการถอยร่นของชายฝั่งทะเลออกไปเป็นช่วงๆ จนถึงแนวชายฝั่งทะเลปัจจุบัน
การ
ขุดลอกคลองสำโรง ในรัชสมัยสมเด็จพระรามาธิบดีที่ 2 แห่งกรุงศรีอยุธยา พ.ศ.
2041 (ราชบัณฑิตยสถาน 2521)
แสดงว่าบริเวณกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นแผ่นดินมาก่อนนี้
หลักฐานทางประวัติศาสตร์โบราณคดี เป็นประจักษ์พยานแสดงว่า มีการตั้งถิ่นฐานของมนุษย์ในบริเวณที่ราบเจ้าพระยาตอนล่างมานานไม่น้อยกว่า 4,000 พันปีมาแล้ว (สุรพล นาถะพินธุ, 2538)
พัฒนาการ
การตั้งถิ่นฐานที่มีการขุดสร้างกำแพงเมือง-คูเมืองล้อมรอบ
การเป็นเมืองคูคลองที่มีการขุดเครือข่ายคูคลองคล้ายร่างแห
เพื่อการคมนาคมในเขตชุมชน
ตลอดจนการขุดคลองเพื่อการชลประทานและการคมนาคมเชื่อมโยงกับชุมชนภายนอก
ช่วยให้เข้าใจถึงพัฒนาการการตั้งถิ่นฐานที่มีมาแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
การศึกษาความสัมพันธ์ การตั้งถิ่นฐานที่มีกำแพงเมืองล้อมรอบ รวม
ถึงเมืองคูคลองได้พบหลักฐานด้านประวัติศาสตร์โบราณคดี
แสดงว่าเป็นเมืองท่าสำคัญในสมัยทวารวดี-ฟูนัน ในช่วงเวลา 1,000 - 2,500
ปีที่ผ่านมา มีความสัมพันธ์กับแนวชายฝั่งทะเลที่ระดับความสูงประมาณ 3.50 – 4.00 เมตร และอยู่ห่างลึกเข้าจากแนวชายฝั่งปัจจุบัน
การ
ถอยร่นของแนวชายฝั่งทะเล ที่สัมพันธ์กับการลดระดับของน้ำทะเลในเวลาต่อมา
มีผลกระทบต่อการตั้งถิ่นฐาน ทำให้ชุมชนโบราณเหล่านั้นเปลี่ยนแปลง
บางแห่งถูกทิ้งร้าง
บางแห่งเกิดศูนย์กลางชุมชนขึ้นใหม่ในบริเวณที่มีเส้นทางคมนาคมออกสู่ทะเลได้
สะดวก
กรุงเทพ
มหานครและพื้นที่โดยรอบ เป็นแผ่นดินเกิดใหม่
ซึ่งเป็นผลจากที่ระดับน้ำทะเลถอยร่นออกมาครั้งล่าสุดในช่วงเวลาไม่น้อยกว่า
200 ปีมาแล้ว (Van der Kevie and Yenmanas 1972; ทิวา ศุภจรรยา กฤษณพล วิชพันธุ์ และชวลิต ขาวเขียว 2547)
การทับถมตะกอนสันฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาทางสันฝั่งแม่น้ำบางปะกงทางตะวันออก สันฝั่งแม่น้ำทางตะวันตก และด้านทิศใต้ซึ่งปิดกั้นด้วยแนวและเนินตะกอนชายฝั่งทะเล เป็นสาเหตุทางธรรมชาติ ทำให้น้ำท่วมขังยาวนานในบางพื้นที่
ประกอบ
กับการพัฒนาพื้นที่ใช้ประโยชน์ในรูปแบบต่างๆ รวมถึงการสร้างถนนขวางทางน้ำ
และการสูบน้ำบาดาลที่มีผลต่อการทรุดตัวของแผ่นดิน
นับเป็นสาเหตุที่มนุษย์ทำขึ้น ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล เกิดน้ำท่วมขังยาวนานและก่อปัญหาในการระบายน้ำออกลงสู่ทะเลที่ยุ่งยากจนถึงปัจจุบัน
การ
เปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ
ที่มีผลทำให้ชายฝั่งทะเลบริเวณที่ราบเจ้าพระยาตอนล่างถอยร่นออกไปเป็นช่วงๆ
บริเวณที่เคยเป็นอ่าวชะวากทะเลระดับตื้น เปลี่ยนเป็นแผ่นดินที่ราบลุ่ม
มีแม่น้ำไหลผ่านออกสู่ทะเล
ได้ส่งอิทธิพลถึงการตั้งถิ่นฐานในบริเวณชายขอบฝั่งทะเลมาตลอดเวลาในอดีต
มากกว่า 2,000 ปีจนถึงปัจจุบัน
เกิด
การเรียนรู้และมีวิถีชีวิตที่ผูกพันกับธรรมชาติและสภาพแวดล้อมของบริเวณที่
ราบเจ้าพระยาตอนล่าง ซึ่งเป็นที่ราบลุ่มชายฝั่งโดยตลอด
เกิดวัฒนธรรมและภูมิปัญญาการตั้งถิ่นฐาน
ซึ่งมีวิวัฒนาการไปตามการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติที่ผูกพันกับ “ น้ำ” พร้อมๆ กับความก้าวหน้าในทางเทคโนโลยี
ส่ง
ผลถึงพัฒนาการทางวัฒนธรรมการตั้งถิ่นฐานไปสู่สมัยอยุธยาและรัตนโกสินทร์ใน
ที่สุด
แนวความคิดในการวางและจัดทำผังเมืองเฉพาะพื้นที่บริเวณกรุงเทพมหานครและ
ปริมณฑล
แนวทางการศึกษาสภาพแวดล้อมการตั้งถิ่นฐานทั้ง “ภูมิลักษณ์ธรรมชาติ” และ “ภูมิลักษณ์วัฒนธรรม” ที่ส่งผลกระทบต่อพื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑล ที่จะนำไปสู่การวางและจัดทำผังเมืองอย่างสมบูรณ์เหมาะสมยิ่งขึ้น
ที่มา http://www.oknation.net/blog/print.php?id=368325
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น